Politics

ครม. ไฟเขียวให้รฟท.จ่ายบำเหน็จดำรงชีพ15เท่า


ข่าว

21 ธันวาคม 2021 – 18:26

ครม.ไฟเขียวให้รฟท.จ่ายเงินบำเหน็จดำรงชีพให้แก่อดีตผู้ปฏิบัติงานในอัตรา 15 เท่าของเงินสงเคราะห์รายเดือน แต่ไม่เกิน 500,000 บาท จากเดิมกำหนดไว้ไม่เกิน 200,000 บาท

 

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบให้การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)จ่ายเงินบำเหน็จดำรงชีพให้แก่อดีตผู้ปฏิบัติงานของรฟท.ในอัตรา 15 เท่าของเงินสงเคราะห์รายเดือน แต่ไม่เกิน 500,000 บาท ซึ่งเดิมกำหนดไว้ไม่เกิน 200,000 บาท ตามมติคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2564 โดยจะใช้เงินของรฟท.ได้แก่ รายได้การโดยสาร รายได้การขนส่งสินค้า รายได้จากการบริหารทรัพย์สินฯ และรายได้อื่นๆที่หมุนเวียนเข้ามาในแต่ละเดือน

 

ซึ่งได้ประมาณการวงเงินที่จะใช้ตามวิธีการจ่ายเงินบำเหน็จดำรงชีพรวม 1,774.99 ล้านบาท แยกเป็นปี 2565 จำนวน 677.50 ล้านบาท, ปี 2566 จำนวน 603.51 ล้านบาท, ปี 2567 จำนวน 110.04 ล้านบาท, ปี 2568 จำนวน 174.56 ล้านบาท และปี 2569 จำนวน 209.38 ล้านบาท

 

ขณะเดียวกันครม.ยังได้เห็นชอบการแก้ไขข้อบังคับการรถไฟแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 4.9 กองทุนผู้ปฏิบัติงานของการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อรองรับการจ่ายเงินบำเหน็จดำรงชีพให้แก่อดีตผู้ปฏิบัติงานของรฟท. เพื่อให้สอดคล้องกับกฎกระทรวงกำหนดอัตราและวิธีการรับบำเหน็จดำรงชีพพ.ศ.2562 ที่มีการปรับอัตราและวิธีการรับบำเหน็จดำรงชีพของข้าราชการผู้รับบำนาญไปก่อนหน้านี้แล้ว และเพื่อเป็นการช่วยให้อดีตผู้ปฏิบัติงานของรฟท.สามารถดำรงชีพได้อย่างเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจที่ค่าครองชีพมีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม การจ่ายเงินบำเหน็จดำรงชีพเป็นการแบ่งเงินบำเหน็จตกทอดบางส่วนที่จะจ่ายให้กับทายาทของผู้รับบำนาญเมื่อผู้รับบำนาญเสียชีวิตไปแล้ว มาจ่ายให้กับผู้รับบำนาญในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ ดังนั้นเงินที่จะต้องจ่ายบำเหน็จดำรงชีพเป็นเงินส่วนที่รฟท. มีพันธะจะต้องจ่ายให้อยู่แล้วมาจ่ายก่อน จึงไม่มีภาระทางการเงินเพิ่มเติมแต่อย่างใด

 

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังเปิดเผยอีกภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ว่า ที่ประชุมรับทราบการดำเนินโครงการเพื่อมอบของขวัญปีใหม่ 2565 ให้แก่ประชาชน ของกระทรวงและส่วนราชการหลายหน่วยงาน

 

โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ขยายเวลาการใช้สิทธิ์โครงการทัวร์เที่ยวไทย จากเดิมที่สิ้นสุดวันที่ 31 ม.ค. 2565 เป็น 30 เม.ย. 2565 และเพิ่มจำนวนห้องพักโครงการเราเที่ยวด้วยกันอีก 2 ล้านห้อง กำหนดการสิ้นสุดโครงการวันที่ 30 เม.ย. 2565

 

ในส่วนของกระทรวงการคลัง กรมธนารักษ์มีมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้เช่าที่ราชพัสดุ ได้แก่ การยกเว้นการเรียกเก็บค่าเช่า ปี พ.ศ.2565(ไม่รวมค่าเช่าช่วง) สำหรับผู้เช่าเพื่อประกอบการเกษตร ซึ่งเป็นผู้เช่าชั้นดี ไม่มีภาระค่าเช่าค้างจ่าย ส่วนผู้เช่าที่ชำระค่าเช่าปี 2565 ไปแล้วให้ผลักไปเป็นค่าเช่าปี 2566 แทน
พร้อมยกเว้นเรียกเก็บค่าเช่า 3 เดือน(ไม่รวมค่าเช่าช่วง) ตั้งแต่เดือนมี.ค.-พ.ค.65 สำหรับผู้เช่าอาคารราชพัสดุและเพื่อประโยชน์อย่างอื่น โดยผู้ประสงค์เข้าร่วมมาตรการนี้ต้องยื่นคำร้องต่อกองบริหารที่ราชพัสดุกรุงเทพฯและสำนักงานธนารักษ์พื้นที่ 76 พื้นที่

 

ด้านกระทรวงคมนาคมได้มอบของขวัญปีใหม่ ทั้งยกเว้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางบนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 และหมายเลข 9 ทางพิเศษบูรพาวิถี ทางกาญจนาภิเษก ทางเฉลิมมหานคร ทางทางพิเศษศรีรัช และทางพิเศษอุรรัถยา ตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค. 64 – 3 ม.ค. 65
ด้านขสมก. จัดรถ ให้บริการฟรีงานสวดมนต์ข้ามปีวันขึ้นปีใหม่ 65

 

ทางด้านกระทรวงพาณิชย์ ก็มีหลายมาตรการด้วยกัน อาทิ โครงการพาณิชย์ลดราคาช่วยประชาชน “New Year Grand Sale 2022” โดยร่วมกับเอกชนห้างค้าปลีก ค้าส่ง ห้างท้องถิ่น ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ธนาคาร สมาคมโรงพยาบาล โรงแรม ศูนย์บริการรถยนต์ ปั๊มน้ำมัน และแพลตฟอร์ม ทั่วประเทศ 30,575 แห่ง สินค้า 25,000 รายการ บริการ 500 รายการ และแพลตฟอร์มมากกว่า 11 ล้านรายการ ในการลดราคาจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคสูงสุด 86% ระหว่างวันที่ 15 ธ.ค.64-31 ม.ค. 65

 

ด้านคณะรัฐมนตรี(ครม.)รับทราบรายงานผลการเจรจาการบินระหว่างไทยและบังกลาเทศ และเห็นชอบร่างหนังสือแลกเปลี่ยนทางการทูตของฝ่ายไทยพร้อมมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศ ดำเนินการแลกเปลี่ยนหนังสือทางการทูตยืนยันการมีผลใช้บังคับของบันทึกความเข้าใจลับระหว่างไทยและบังกลาเทศต่อไป ซึ่งเรื่องนี้เป็นการปรับปรุงข้อกำหนดทางการบินและสิทธิการบินระหว่างทั้งสองประเทศ ภายใต้ความตกลงว่าด้วยบริการเดินอากาศระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลบังกลาเทศ ให้เหมาะสมกับกระบวนการภายในของทั้งสองประเทศ ทันสมัย และสอดคล้องกับความต้องการทำการบินของสายการบินในปัจจุบันมากยิ่งขึ้น

 

สำหรับสาระสำคัญของการปรับปรุงครั้งนี้เช่น เดิมกำหนดความถี่ในการบิน 21 เที่ยวต่อสัปดาห์ ปรับเป็น 28 เที่ยวต่อสัปดาห์ จุดในประเทศเมียนมาที่สายการบินของไทยสามารถใช้สิทธิรับขนการจราจรเสรีภาพที่ 5 เดิมกำหนดไว้จุดเดียวที่ย่างกุ้ง ปรับเป็น ย่างกุ้ง และ จุดใดๆหนึ่งจุดในเมียนมา ซึ่งการปรับปรุงครั้งนี้เป็นการเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับการวางแผนเส้นทางบิน และการทำการตลาดของสายการบินที่กำหนด

 

โดยเฉพาะการเพิ่มจุดสำหรับทำการบินในเมียนมา เนื่องจากสายการบินของไทยมีความประสงค์ที่จะเพิ่มการทำการบินไปยังเมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งจะเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร รวมถึงเพิ่มโอกาสในมิติต่างๆที่เกี่ยวข้องให้กับประเทศไทยและบังกลาเทศ เช่น อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ภาคบริการ และภาคการส่งออกในส่วนที่ใช้การขนส่งทางอากาศ เป็นต้น

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebookhttps://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitterhttps://twitter.com/innnews

Youtubehttps://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTokhttps://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account@innnews





Source link

Leave a Reply

Your email address will not be published.

close