Politics

ชลน่าน มองไร้สัญญาณ ส.ส.-ส.ว.โหวตคว่ำกฎหมายลูกเลือกตั้ง แนะช่วงเวลาจับตา



ไทยรัฐออนไลน์

30 เม.ย. 2565 16:17 น.

กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างกฎหมายลูกเลือกตั้ง เตรียมชงประธานรัฐสภา 24 พ.ค.นี้ “หมอชลน่าน” ชี้ ไร้สัญญาณ ส.ส.-ส.ว.โหวตคว่ำ จับตาช่วงรับหลักการงบประมาณปี 2566

วันที่ 30 เม.ย. 2565 นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ และ นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ส.ว. ในฐานะคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ร่วมเสวนา “ทิศทางร่างกฎหมายลูกเลือกตั้ง คว่ำหรือไปต่อ”

นายดิเรกฤทธิ์ กล่าวว่า การพิจารณาร่างกฎหมายลูกการเลือกตั้ง มีสัดส่วนกรรมาธิการหลากหลายจากทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน การทำงานที่ผ่านมาเป็นไปด้วยดีและเป็นไปตามกรอบ ซึ่งไทม์ไลน์ที่สำคัญขณะนี้คือวันที่ 18 พ.ค. 2565 จะเชิญผู้แปรญัตติชี้แจงและนำเสนอการแปรญัตติแก่คณะกรรมาธิการ จากนั้นวันที่ 19 พ.ค. จะพิจารณาร่างกฎหมายโดยภาพรวม เพื่อวันที่ 24 พ.ค.นี้ จะยื่นร่างกฎหมายที่พิจารณาเสร็จแล้วต่อ นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา 

ส่วนประเด็นเรื่องบัตรเลือกตั้ง 2 ใบต่างเบอร์ นายชินวรณ์ กล่าวว่า ระบบบัตรเลือกตั้งแบบ 2 ใบ ประเทศไทยเคยใช้มาแล้วจากการเลือกตั้งเมื่อปี 2540 และปี 2550 โดยบัตรเลือกตั้ง 2 ใบเป็นจุดเริ่มต้นในการเปลี่ยนบริบททางการเมืองในการทำให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพในการเลือกตั้งทั้งผู้แทนราษฎรในเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ หรือที่ประชาชนส่วนใหญ่เรียกว่า เลือกคนที่รัก เลือกพรรคที่ชอบ ขณะเดียวกันบัตรเลือกตั้งแบบ 2 ใบ จะทำให้คะแนนเสียงไม่ตกน้ำ และไม่เกิดปัญหาเรื่องบัตรเขย่ง

ทางด้าน นายแพทย์ชลน่าน ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย มองว่า บัตรเลือกตั้ง 2 ใบเบอร์เดียวกันจะยิ่งส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชนสามารถเข้าถึงการเลือกตั้งตามเจตนารมณ์ได้ง่ายที่สุด และยังเป็นการส่งเสริมพรรคการเมืองให้เกิดความเข้มแข็ง สามารถนำเสนอนโยบายได้อย่างชัดเจน แต่บัตรเลือกตั้ง 2 ใบต่างเบอร์ จะเกิดความยุ่งยากในการจัดเลือกตั้ง เพราะสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะต้องพิมพ์บัตรเลือกตั้งกว่า 400 แบบ โดยเฉพาะเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ยืนยันว่าเมื่อร่างกฎหมายลูกเข้าสู่การพิจารณาในวาระที่ 3 กรรมาธิการเสียงข้างน้อยจะยังสู้ต่อ ส่วนที่ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญและการซื้อเสียงนั้นยังไม่มีหลักวิชาการเข้ามาสนับสนุน ส่วนตัวเชื่อว่าสมาชิกรัฐสภาจะสามารถยอมรับเหตุผลดังกล่าวในวาระที่ 3 ได้

สำหรับการคำนวณสัดส่วน ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายชินวรณ์ ให้ความเห็นว่า จะเป็นการนำคะแนนจากการเลือกตั้งทั้งหมดมาหารด้วย 100 และนำค่าเฉลี่ยที่ได้มาเป็นตัวกลางหารไปยังพรรคการเมืองต่างๆ ตามเปอร์เซ็นต์ที่ได้ ซึ่งเปอร์เซ็นต์ดังกล่าวจะเป็นสัดส่วน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคจะได้ ขณะที่พรรคเล็กจะมีโอกาสเข้ามานั่งในสภาตามบัตรเลือกตั้ง 2 ใบหรือไม่นั้น ต้องยอมรับว่าบัตรเลือกตั้งแบบ 2 ใบ ส่งผลกระทบต่อพรรคเล็ก ส่วนตัวเห็นใจพรรคเล็กในประเด็นนี้ ดังนั้นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงพยายามแก้จุดอ่อนที่เป็นข้อจำกัดของพรรคเล็ก เช่น ให้ทุกพรรคการเมืองสามารถเสนอรายชื่อ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อได้ โดยกฎหมายเดิม พรรคการเมืองจะต้องส่งผู้สมัคร ส.ส.ไม่น้อยกว่า 100 เขต จึงจะสามารถจัดทำบัญชีรายชื่อได้

ทั้งนี้ จะมีปัจจัยใดส่งผลต่อการลงมติคว่ำร่างกฎหมายลูกหรือไม่นั้น นายแพทย์ชลน่าน ให้คำตอบว่า ในมุมผู้จัดทำร่างกฎหมายขณะนี้ยังมั่นใจว่าไม่มีปัจจัยใดที่จะทำให้กฎหมายลูกไม่ผ่าน ซึ่งการเมืองไทยไม่มีสิ่งใดที่แน่นอน วิกฤติทางการเมืองเป็นเรื่องที่แปรปวน สิ่งที่จะทำให้กฎหมายลูกไม่ผ่านได้มีแค่ 2 ประเด็น คือ โดยสมาชิกรัฐสภา หรือเกิดการยุบสภาก่อนกฎหมายลูกจะผ่าน ความเป็นไปได้โดยสมาชิกรัฐสภาจะคว่ำนั้น เมื่อพิจารณาย้อนหลังไปถึงวันรับร่างกฎหมายยังมีสัญญาณที่ดี เว้นแต่กรณีที่ต้องการสืบทอดอำนาจโดยไม่ต้องการยุบสภาก็อาจจะเกิดการคว่ำร่างกฎหมายลูกได้ นั่นคือผู้มีอำนาจต้องการอยู่ในอำนาจโดยใช้ช่องทางการไม่มีกฎหมายลูกจึงจะไม่มีการเลือกตั้ง

“สิ่งที่น่ากังวลคือช่วงการรับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ช่วงวันที่ 31 พ.ค. และวันที่ 1-2 มิ.ย. ซึ่งเป็นช่วงวาระรับหลักการในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณฯ หากมีวิกฤติตรงนั้น ทุกอย่างก็จบ”

นายแพทย์ชลน่าน กล่าวต่อไปว่า ส่วนตัวเป็นห่วงเรื่องการยุบสภาว่าจะใช้กฎหมายใดเพื่อรองรับการเลือกตั้ง แม้นักวิชาการได้ออกมาเปิดเผยว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.ฉ สามารถออกพระราชกำหนดเพื่อนำมาบังคับใช้ได้ แต่พระราชกำหนดออกมาเพื่อบังคับใช้แทนพระราชบัญญัติ ไม่สามารถบังคับใช้แทนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญได้ จะให้ กกต. เป็นผู้พิจารณาออกประกาศก็เสี่ยงต่อการผิดกฎหมาย ซึ่งกรณีดังกล่าวจะเกิดกรณีเดดล็อกต่อประเทศ แต่จะมีประโยชน์ต่อรัฐบาลที่จะรักษาการได้ยาว ซึ่งหากรัฐบาลคิดที่จะอยู่ต่อโดยใช้กรณีดังกล่าว มองว่าเป็นการคิดร้ายต่อประเทศและประชาชน ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ควรคิด.
 

อ่านเพิ่มเติม…



Source link

Leave a Reply

Your email address will not be published.

close