Politics

รักกันลั่นเปรี้ยง



“รักกันลั่นเปรี้ยงเกิดเสียงดังปัง เดี๋ยวปัง เดี๋ยวปัง สุดฟังได้”

สมัยหนุ่มๆ ผมมโนได้แค่ เมื่อแอบมองสาว แล้วเกิด “รัก” เขาขึ้นมา ตอนนั้นกระมังหว่า! เหมือนฟ้าผ่า ลั่นเปรี้ยงปร้างลงมา สะเทือนฟ้าสะเทือนดิน

ผ่านเวลามองโลกสวยๆใสๆ มาถึงวัยแก่ ที่ถูกค่อนว่าตัณหากลับ คิดไปทางสัปดน จึงมโนไกลไปถึงที่ว่า “รักกันๆ” นั้น กวีผู้แต่งเพลง เขาตั้งใจไปถึง ตอนที่ชายหญิง เสร็จสมอารมณ์หมาย…กัน

มโนตามไปอีก…เวลานี้ มีคนใกล้ๆ รักใคร่เสร็จสมกัน 1 ครั้ง แล้วคนไกลออกไป และออกไป ทั้งตำบล ทั้งอำเภอ ทั้งจังหวัด ทั้งเมือง เหมือนสายฟ้า ฟาดเอาๆ ทั้งวันทั้งคืน

หูคนธรรมดา จะฟังทนแค่ไหน หูมิแตกไปเลยหรือ?

ผมเริ่มคุยด้วยเสียงเพลงสุนทราภรณ์ หูยังกังวานด้วยเสียงหวานของคุณศรีสุดา อย่าเข้าใจว่า “กวีผู้แต่ง” ที่ผมใช้ หมายถึงคนแต่งเพลง แต่ตั้งใจหมายถึง กวีผู้แต่ง “นิราศเดือน”

ตอนผมอ่านหนังสือกลอนสุนทรภู่ เล่มที่คุณฉันท์ ขำวิไล รวบรวม ยังเชื่อว่า นิราศเดือน เป็นกลอนของสุนทรภู่ โตขึ้นมาหน่อย ก็รู้เพิ่มว่า เป็นสำนวน นายมี ศิษย์ใกล้ชิดคนหนึ่ง

จนแก่เฒ่า จึงรู้มากขึ้นไป นายมี ไม่ใช่ลูกชาวบ้านธรรมดา ที่เรียก “เสมียนมี” นั้น มีบรรดาศักดิ์เป็น “หมื่นพรหมสมพัตสร” ตำแหน่งนี้ มีหน้าที่เก็บภาษีเรือกสวนไร่นา ถือว่าใหญ่ไม่น้อย

“เสมียนมี” (เรียกชื่อนี้คุ้นใจกว่าหมื่นพรหมฯครับ) บรรยายเรื่องราวชีวิตผู้คนในแต่ละเดือน จนครบ 12 เดือน เช่นเดือนนี้ เดือนห้า “ถึงฤดูเดือนห้าหน้าคิมหันต์ พวกมนุษย์สุดสุขสนุกครัน ได้ดูวันพิศวงเมื่อสงกรานต์…”

กลอนวรรคสำคัญ รักกันลั่นเปรี้ยง อยู่ในเดือนไหน ผมจำไม่ได้ จะเปิดกูเกิลก็เปิดไม่คล่อง จะหาหนังสืออ่านก็เก็บซุกไว้ไกลมือ… เขียนเอาตามความจำ…ซึ่งแน่นอน ถ้าถูกถ้วนไปทุกคำ ไม่ใช่ยี่ห้อกิเลน

ถ้ารักกันลั่นเปรี้ยงเหมือนเสียงฟ้า หูจะชาเสียงดังฟังไม่ไหว แต่เงียบๆสิยังอึงคะนึงไป มันเหมือนไฟไหม้ฟางสว่างโพลง

เพลงครูเอื้อทุกเนื้อหา ก็เอาไปจากกลอนบทนี้ ของเสมียนมีแหละ เช่นตอนคุณศรีสุดาร้องมีลูกคู่ประสานเสียง เมื่อรักดังปัง เดี๋ยวปัง เดี๋ยวปัง สุดฟังได้ ดั่งไฟไหม้ฟางทุกคนไป…ๆ

อ่านกลอนเสมียนมี ก็ว่าจี้ใจให้หัวเราะเอิ้กอ้ากได้แล้ว ฟังเพลงมีทำนอง…ก็ดูจะยิ่งจี้ใจไปกว่า

เมื่อเอาเนื้อกลอน เนื้อเพลง ไปคนเคล้าเข้ากับข่าวรักๆใคร่ของนักการเมือง…สำหรับคู่ต่อกรในสนามเลือกตั้ง นี่คือโอกาสดี จะโจมตีซ้ำ ให้จมดินกันไปข้างหนึ่ง

สำหรับชาวบ้านที่ไม่รักใครชอบใคร…ก็เป็นแค่ข่าวซุบซิบ ซึ่งบังเอิญประจวบเหมาะกัน เป็นเสียงฟ้าลั่น ฟ้าผ่า จะแค่หูชา หรือหูแตก จนดูเหมือนว่าจะมีบางฝ่าย จะแพ้กันเกมการเมืองเกมนี้

ส่วนกองเชียร์ ที่ผูกสมัครรักใคร่กันมานาน จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ถอนศรัทธา “เสมียนมี” ก็ชี้ทางรอดไว้ให้ ในกลอนบทท้าย “มันเหมือนไฟไหม้ฟางสว่างโพลง”

ถ้าเรื่องรักกันลั่นเปรี้ยงรายนี้…เหมือนไฟไหม้ฟางจริง ทนๆกันไป อีกไม่ช้า ไฟก็จะดับไปเอง

ขอให้เป็นแค่ไฟไหม้ฟางแค่นั้น เพราะหากเป็นไฟสุมขอน ขอนที่เริ่มลุกไหม้จากฟ้าผ่า จะไหม้ต่อไปและต่อไป จนเผาป่าทั้งป่า บางคนบางฝ่ายอาจกลายเป็นจุณมหาจุณ.

กิเลน ประลองเชิง



Source link

Leave a Reply

Your email address will not be published.