Politics

“MSU-SOS” จัด “รถรักษาอัมพาตฯเคลื่อนที่” นำร่อง 6 ภาคทั่วประเทศ


ไทยรัฐออนไลน์

20 ธ.ค. 2564 03:48 น.

“ศิริราช” จับมือภาคีเครือข่าย มอบของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน ด้วย “โครงการรถรักษาอัมพาตเฉียบพลันเคลื่อนที่” พร้อม “อุปกรณ์-ยา-บุคลากรประจำรถ” พ่วงระบบ “Telemedicine” นำร่อง 6 ภาคทั่วประเทศ 

เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.64 คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล คณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ) มูลนิธิไทยคมและภาคีเครือข่าย ร่วมกันมอบของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน ด้วยโครงการรถรักษาอัมพาตเฉียบพลันเคลื่อนที่ ที่มีเครื่องเอ็กซเรย์สมอง เครื่องฉีดสารทึบรังสี ยารักษาอัมพาต พร้อมบุคลากรทางการแพทย์ประจำรถและระบบสื่อสารทางไกล Telemedicine ให้บริการนำร่อง 6 ภาคทั่วประเทศ เพื่อช่วยผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกลให้เข้าถึงการรักษาได้ทันเวลา


โดย รศ.นพ.ยงชัย นิละนนท์ หัวหน้าศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช กล่าวถึงโครงการ Mobile Stroke Unit-Stroke One Stop (MSU-SOS) ว่า โครงการหน่วยรถแพทย์รักษาโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน หรือ MSU-SOS เป็นโครงการที่คณะแพทยศาสตร์ศิริราช คณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ) มูลนิธิไทยคมและภาคีเครือข่ายร่วมมือกันริเริ่ม เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาการรักษาโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลันในพื้นที่ห่างไกล ที่ขาดแคลนอุปกรณ์และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากโรคดังกล่าวหากให้การรักษาช้า จะทำให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่พิการตลอดชีวิตหรือตายได้ อีกทั้งในฐานะที่โรงพยาบาลศิริราชเป็นโรงเรียนแพทย์ และเป็นโรงพยาบาลของแผ่นดิน ซึ่งมีหน้าที่สร้างต้นแบบการรักษาโรคให้กับประเทศ เพื่อนำไปใช้แก้ปัญหาในด้านสาธารณสุข จึงทำให้ตัดสินใจทำโครงการ MSU-SOS ขึ้น โดยโครงการนี้จะเป็นการเข้าไปแก้ปัญหาหลัก ที่เกิดขึ้นในการรักษาผู้ป่วยอัมพาตเฉียบพลัน 3 ข้อดังนี้


1.ปัญหาการขาดแคลนเครื่องเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง (CT Scan) ถึงแม้ว่าเครื่อง CT มีจำนวนมากในประเทศไทย แต่ในพื้นที่ห่างไกลหรือขาดแคลน ผู้ป่วยไม่สามารถเข้าถึงได้โดยเร็ว เกิดความล่าช้าส่งผลทำให้พิการ ซึ่งถ้ามีอาการรุนแรงจะทำให้สมองบวมและเสียชีวิตได้  ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหาเราจะติดตั้งเครื่องเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์สมองบนรถคันนี้ ซึ่งพร้อมที่จะให้บริการเมื่อผู้ป่วยมาถึง 

2.ปัญหาการขาดแคลนแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ในปัจจุบันเราสามารถนำเทคโนโลยีการปรึกษาทางไกลมาใช้ร่วมกับสัญญาณอินเทอร์เนต 5G ได้บนรถ  โดยแพทย์ที่รับปรึกษาจะเห็นภาพผู้ป่วยบนรถและภาพเอ็กซเรย์สมอง รวมทั้งสามารถพูดคุยกับผู้ป่วยได้แบบเรียลไทม์ ไม่ว่าแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะอยู่บริเวณใดของประเทศก็ตาม

และ 3.ปัญหาความล่าช้าในการส่งต่อตัวคนไข้ จากโรงพยาบาลต้นทางไปยังโรงพยาบาลปลายทาง ใช้เวลานานมากกว่า 3-5 ชั่วโมงขึ้นไป เพื่อแก้ปัญหานี้จึงได้จัดทำกระบวนการส่งต่อที่ได้ตกลงกันไว้ล่วงหน้า โดยทีมผู้ปฏิบัติงานบนรถและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเชื่อมต่อไปยังโรงพยาบาลปลายทาง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นโรงพยาบาลศูนย์หรือโรงเรียนแพทย์ เพื่อส่งต่อคนไข้มาทำการเปิดหลอดเลือดโดยใช้สายสวน โดยจะส่งข้อมูลผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์และคลาวด์ โดยรถคันนี้เป็นรถที่มีเครื่องเอ็กซเรย์สมองเคลื่อนที่ เครื่องฉีดสี มียารักษาอัมพาตเฉียบพลันที่จำเป็น มีบุคลากรทางการแพทย์ที่ไปกับรถ และมีระบบการสื่อสารทางไกลผ่าน telemedicine เมื่อคนไข้ขึ้นมาบนรถแพทย์ก็จะทำการตรวจร่างกาย สแกนสมองในกรณียังอยู่ในระยะเวลาที่ฉีดยาได้ จะทำการฉีดยาสลายลิ่มเลือดเพื่อเปิดหลอดเลือด และต่อมาจะฉีดสีเพื่อดูว่าหลอดเลือดใหญ่เส้นไหนอุดตัน หากพบว่ามีหลอดเลือดใหญ่อุดตันก็รีบส่งตัวคนไข้ไปสู่โรงพยาบาลแห่งที่ 2 ที่ใหญ่กว่า เพื่อที่จะทำการเปิดหลอดเลือดโดยใช้สายสวน


รศ.นพ.ยงชัย กล่าวต่อว่า ทั้งหมดนี้จะนำมาสู่การรักษาแบบใหม่ คือ เบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียวทำให้ลดความพิการและลดอัตราการตายลงได้ ในกรณีเป็นพื้นที่ห่างไกลมาก สำนักงานแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ จะรับผิดชอบปฏิบัติการส่งตัวผู้ป่วยทางอากาศยานหรือเฮลิคอปเตอร์  ทำให้สามารถลดเวลาและขั้นตอนลงได้มาก ซึ่งโครงการดังกล่าวในปัจจุบันมีการให้บริการคนไข้ไปกว่า 640 ราย ซึ่งเริ่มทดสอบระบบปฏิบัติการตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2561 ขณะนี้เรากำลังกระจายการให้บริการไปสู่ 6 จังหวัด เพื่อเป็นต้นแบบให้กับพื้นที่ 6 ภาคทั่วประเทศ 

รศ.นพ.ยงชัย กล่าวอีกว่า สำหรับพื้นที่ที่เปิดให้บริการแล้ว มี 4 แห่ง คือ จังหวัดแรกที่นำร่อง คือ กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา และ จ.นนทบุรี ปฏิบัติการโดยโรงพยาบาลศิริราช แห่งที่ 2 คือ จ.ชลบุรี ภายใต้การปฎิบัติการของมหาวิทยาลัยบูรพาและโรงพยาบาลชลบุรี แห่งที่ 3 คือ โมเดลภาคตะวันตก จ.ราชบุรี และโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชจอมบึง จ.ราชบุรี แห่งที่ 4 คือ โรงพยาบาลคีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี แห่งที่ 5 ที่ตั้งใจจะเปิดบริการ คือ จ.เชียงราย ภายใต้การปฎิบัติการของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเชียงของ จ.เชียงราย ร่วมกับโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ โดยจะเริ่มให้บริการในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2565 และพื้นที่สุดท้ายที่จะปฏิบัติการภายในเดือนมิถุนายน 2565 คือ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม ภายใต้ปฎิบัติการร่วมกับโรงพยาบาลนครพนม โดยทุกพื้นที่ดังกล่าว ศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราชเป็นผู้จัดอบรมทีม จัดตั้งระบบบริการ รวมทั้งร่วมปฎิบัติการให้คำปรึกษาทางไกล 

“การที่เราสร้างต้นแบบไปกระจายทั้งหมด 6 ภาค ใน 6 พื้นที่ เพราะเราต้องการทำให้เห็นว่าในทุกส่วนที่อยู่ห่างไกลนั้น สามารถปฏิบัติการเช่นนี้ได้และสามารถยกระดับการดูแลโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน ซึ่งจะนำไปสู่การลดการพิการและความตายของผู้ป่วยได้ เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2565 เรารู้สึกยินดีในความสำเร็จของทีมและภาคีเครือข่ายทุกหน่วยงาน ในการมีส่วนร่วมของการพัฒนาต้นแบบ การรักษาอัมพาตเฉียบพลันแบบใหม่ ที่ศิริราชภูมิใจมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน” รศ.นพ.ยงชัย กล่าว

อ่านเพิ่มเติม…



Source link

Leave a Reply

Your email address will not be published.

close